ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเรื่องค่าน้ำกันก่อน ค่าน้ำคือค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างที่เจ้ามือหักออกไปเพื่อเป็นค่าดำเนินการ แต่ในทางกลับกัน มันคือตัวกำหนดอัตราผลตอบแทนว่าถ้าคุณชนะเดิมพัน คุณจะได้กำไรกลับมาเท่าไหร่ และถ้าแพ้จะต้องเสียเงินทุนไปมากน้อยแค่ไหน วันนี้เราจะพามาเจาะลึกวิธีคำนวณค่าน้ำบอล ทั้ง 3 สายหลักของโลกอย่าง มาเลเซีย, ฮ่องกง และยุโรป แบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วสามารถคำนวณในใจได้ทันที

1 ค่าน้ำบอลมาเลเซีย (MY Odds)
เริ่มต้นกันด้วยราคาบอลยอดนิยมอันดับหนึ่งในแถบเอเชียบ้านอย่าง ค่าน้ำมาเลเซีย หรือตัวย่อ MY ความโดดเด่นของน้ำประเภทนี้คือความยืดหยุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อเซฟทุนของผู้เล่น โดยตัวเลขจะถูกแบ่งออกเป็น 2 สีอย่างชัดเจน คือ น้ำดำ หรือ ค่าเป็นบวก และ น้ำแดง หรือ ค่าเป็นลบ ซึ่งมีวิธีคิดที่แตกต่างกันดังนี้
วิธีคำนวณน้ำดำ
น้ำดำจะแสดงผลเป็นตัวเลขสีดำธรรมดา หรือไม่มีเครื่องหมายลบข้างหน้า เช่น 0.85, 0.93 โดยมีหลักการคือถ้าคุณชนะจะได้กำไรตามสัดส่วนของค่าน้ำ แต่ถ้าแพ้คุณจะเสียเงินเต็มจำนวนที่วางเดิมพัน
สูตรคิดกำไรน้ำดำ คือทุน x ค่าน้ำ=กำไร (ไม่รวมทุน)
ตัวอย่าง สมมติคุณวางเดิมพันค่าน้ำดำที่ 0.80 ด้วยทุน 1,000 บาท
- ถ้าทีมที่คุณเชียร์ชนะ คุณจะได้กำไร 1,000 x 0.80 = 800 บาท (รวมทุนเป็น 1,800 บาท)
- ถ้าทีมที่คุณเชียร์แพ้ คุณเสียเต็ม ๆ 1,000 บาท
วิธีคำนวณน้ำแดง
นี่คือทีเด็ดที่ทำให้คนชอบน้ำมาเลเซีย เพราะน้ำแดงน้ำแดงจะแสดงเป็นตัวเลขสีแดงและมีเครื่องหมายลบข้างหน้า เช่น -0.85, -0.90 ที่หมายความว่า ถ้าคุณชนะคุณจะได้กำไรเต็มจำนวนเงินเดิมพัน แต่ถ้าแพ้คุณจะเสียเงินแค่ตามตัวเลขค่าน้ำเท่านั้น
สูตรคิดกำไรน้ำแดง คือ ทุน x ค่าน้ำ = จำนวนเงินที่เสียจริง
ตัวอย่าง สมมติคุณวางเดิมพันค่าน้ำแดงที่ -0.85 ด้วยทุน 1,000 บาท
- ถ้าทีมที่คุณเชียร์ชนะ คุณจะได้กำไรเต็ม ๆ 1,000 บาท (รวมทุนเป็น 2,000 บาท)
- ถ้าทีมที่คุณเชียร์แพ้ คุณจะเสียเงินจริงแค่ 1,000 x 0.85 = 850 บาทเท่านั้น (ได้เงินทอนคืนมา 150 บาท)
2 ค่าน้ำบอลฮ่องกง (HK Odds)
หากคุณเป็นคอบอลสายลุยที่ไม่ชอบความซับซ้อน ค่าน้ำฮ่องกงตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะราคาฮ่องกงจะไม่มีตัวเลขติดลบให้ปวดหัว ตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอคืออัตรากำไรสุทธิที่คุณจะได้เน้น ๆ ต่อการวางเดิมพัน 1 หน่วย โดยค่าน้ำฮ่องกงส่วนใหญ่จะมีค่าตั้งแต่ 0.01 ไปจนถึงเกิน 1.00 หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความห่างชั้นของคู่แข่งขัน
สูตรคิดกำไร คือ ทุน x ค่าน้ำ = กำไร (ไม่รวมทุน)
ตัวอย่าง สมมติค่าน้ำฮ่องกงเปิดมาที่ 1.15 แล้ววางเดิมพันด้วยทุน 1,000 บาท
- ถ้าบอลเข้าตามเป้า คุณจะได้กำไร 1,000 x 1.15 = 1,150 บาท (รวมทุนเป็น 2,150 บาท)
- ถ้าบอลตกรอบ คุณเสียเต็ม 1,000 บาท
ข้อสังเกต ค่าน้ำฮ่องกงจะคล้ายกับค่าน้ำดำของมาเลเซียมาก แต่จุดที่ต่างคือค่าน้ำฮ่องกงสามารถเกิน 1.00 ได้ แต่จะหมายความว่าทีมนั้นมีสถานะเป็นทีมรอง แต่ถ้าทีมเต็งค่าน้ำจะอยู่ต่ำกว่า 1 เช่น 0.45 แปลว่าแทง 1,000 ได้กำไรแค่ 450 บาทนั่นเอง
3 ค่าน้ำบอลยุโรป (EU Odds)
ค่าน้ำยุโรปหรือที่เรียกกันติดปากว่าค่าน้ำแบบทศนิยม เป็นราคามาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกในโปรแกรมระดับสากล ความง่ายของมันคือ ตัวเลขที่เห็นจะรวมเงินทุนของเราเข้าไปเรียบร้อยแล้ว โดยค่าน้ำยุโรปจะมีค่าเริ่มต้นที่มากกว่า 1.00 เสมอ (เพราะ 1.00 คือเท่าทุนนั่นเอง)
สูตรคิดเงินได้ คือ ทุน x ค่าน้ำ=เงินที่ได้รับทั้งหมด (กำไร + ทุน)
ตัวอย่าง วางเดิมพันทีมเต็ง 1,000 บาท ที่ค่าน้ำ 1.75
- ถ้าชนะ ได้รับเงินรวมทั้งหมด 1,000 x 1.75 = 1,750 บาท (คิดเป็นกำไรสุทธิคือ 750 บาท)
- ถ้าแพ้ เสียเงินเต็มจำนวน 1,000 บาท